ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน 22 พฤศจิกายน 2017, 04:10:16 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: เชิญบูชาล็อกเก็ตหลวงพ่อกวย บรรจุมวลสารพิเศษ http://www.watkositaram.com/forum/index.php?topic=8540.0

+  กระดานสนทนา วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จ.ชัยนาท
|-+  วัดโฆสิตาราม
| |-+  รวมเรื่องราวเเละประสบการณ์ต่างๆจากนิตยสารนะโม
| | |-+  ปาฏิหาริย์เหรียญหลวงพ่อปากคลองฯ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ปาฏิหาริย์เหรียญหลวงพ่อปากคลองฯ  (อ่าน 16069 ครั้ง)
โก้ จีนสาตร์
Register Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 752


อยากคุยกันติดต่อได้ที่เบอร์ 081-5552409 (โก้ครับ)


« เมื่อ: 15 ตุลาคม 2010, 09:09:13 AM »

ประสบการณ์เหรียญหลวงพ่อศุขอ่านเจอในหนังสือก็เลยขอนำมาเล่าให้ฟังกัน รุ่นปี 18-20 (นำมาลงให้หมด)
เรื่องแรก
  นายมโน แสดงดิษย์ เป็นคนชัยนาท พ่อเคยเป็นปลัดอำเภอเดิมบางนางบวช เขาชอบเหรียญหลวงพ่อปากคลองฯทั้ง3รุ่นนี้มาก เพราะแกะแม่พิมพ์สวย พิธีเสกดีเยียม(เห็นด้วย) นายมโน ตอนนั้นยังหนุ่ม ประมาณ พ.ศ.2520 เขาไปเที่ยวงานประเพณีที่จังหวัดชัยนาท เดินเพลินๆอยู่ มืดบ้าง สว่างบ้าง เขาโดนคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ด้วยมีด เขายังหนุ่มอยู่ ได้ฮึดสู้ ปรากฏว่าคนร้ายได้แทงด้วยมีด โดนแทงตรงท้องถึงกับทรุดไปเลย คนเห็นกันมาก เพราะกันร้ายได้โมโหที่ขัดขืน ได้แทงเขา3ที คนเห็นร้องกันเอ็ดไปหมด เขาเจ็บมาก จุกด้วย แต่เมื่อดูบาดแผล ปรากฏว่าไม่เข้า กางเกงและเสื้อ ขาดเป็นรูทั้ง3ครั้ง นายมโน คล้อง เหรียญหลวงพ่อปากคลอง รุ่นพ.ศ.2518 เหรียญเดียว ดังมาก เพราะจับคนร้ายได้เพิ่งพ้นออกจากคุกชัยนาทได้ไม่ถึง5วัน เหรียญรุ่นเดียว แล้วอันเดียวกันนี้ เขาเคยโดนยิงเพื่อชิงรถจักรยานยนต์ 1 ครั้ง โดนยิง 3 นัด แต่ถูกนัดเดียวไม่เข้า เป็นลูกแมคนั่ม .22เจาะเกราะ โดนยิงที่เขตติดต่อกับสุพรรณบุรีแยกป้อมตำรวจปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี   ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

"ศิษย์เปรียบได้เท่ากับลูก อาจารย์เปรียบได้เท่ากับพ่อแม่ กูอนุญาตให้พวกมึงไปฆ่าศิษย์กูไม่ได้ แต่ถ้าวันใดมันไม่นับถือกูแล้ว หลงลืมกูแล้ว มันต้องตาย"
 คำพูดของหลวงพ่อกวยที่บอกถึงศิษยานุศิษย์
                     (โก้ จีนสาตร์)
โก้ จีนสาตร์
Register Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 752


อยากคุยกันติดต่อได้ที่เบอร์ 081-5552409 (โก้ครับ)


« ตอบ #1 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2010, 09:09:43 AM »

เรื่องที่ 2
    นายสุวิทย์ ชาวบ้านหมี่ เป็นคนทางอำเภอหันคา จ.ชัยนาท เคยเป็น อส. คือ เคยเป็นตำรวจร่วม หรือตำรวจอาสาสมัคร (ภาคใต้มีมาก) ครั้งหนึ่งเขาได้กักด่านร่วมกับตำรวจ4-5คน ที่แยกวังกระชาย อ.หันคา เขาได้ตรวจขอดูใบขับขี่ ขอดูสำเนารถ มีวัยรุ่นหลายคนไม่พอใจเขา บางครั้งเมามา เห็นว่าไม่ใช่ตำรวจตัวจริง แล้วมาขอดูใบขับขี่ วัยรุ่นไม่พอใจหลายคน หลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง วัยรุ่นกลุ่มนั้นได้ขับรถกลับมา อยู่ห่างจากเขาประมาณ50เมตร วัยรุ่นคนหนึ่งได้ยิงเขา 3 นัด เสียงดังมาก เขาเห็นเปลวไฟแลบที่ปากกระบอกลูกปืนชัดเจน แต่พอลูกปืนวิ่งมากลางอากาศ พอจะถึงตัวเขา ลูกปืนได้แตกละเบิดกลางอากาศดังเปรี๊ยะ ทั้ง 3 นัด ลูกปืดแตกห่างจากเขาไม่เกิน 10 วาได้ นับว่าอัศจรรย์ เขาคล้องเหรียญหลวงพ่อปากคลองฯปี พ.ศ2519เหรียญเดียว
บันทึกการเข้า

"ศิษย์เปรียบได้เท่ากับลูก อาจารย์เปรียบได้เท่ากับพ่อแม่ กูอนุญาตให้พวกมึงไปฆ่าศิษย์กูไม่ได้ แต่ถ้าวันใดมันไม่นับถือกูแล้ว หลงลืมกูแล้ว มันต้องตาย"
 คำพูดของหลวงพ่อกวยที่บอกถึงศิษยานุศิษย์
                     (โก้ จีนสาตร์)
โก้ จีนสาตร์
Register Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 752


อยากคุยกันติดต่อได้ที่เบอร์ 081-5552409 (โก้ครับ)


« ตอบ #2 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2010, 09:11:13 AM »

เรื่องที่ 3 (สุดท้าย)
  มีตำรวจคนหนึ่งอยู่จังหวัดชัยนาท ได้ร่วนกันจับผู้ร้ายที่ อ.สรพพยา ได้ร่วมกันยิงผู้ร้ายหลายสิบนัด ยิงไม่ถูกเลย บางนัดถูกแต่ไม่เข้า เมื่อเห็นว่าไม่ตายแน่ เขาเลยจับเป็น ได้ชิงสร้อยพระในคอ เป็นรูปหลวงพ่อปากคลองมะขามเฒ่า เขียนพ.ศ2520 จ่าตำรวจท่านนี้ได้นำมาคล้องติดตัว แต่ฝันไม่ดีเลยทุกครั้ง ฝันเห็นหลวงพ่อปากคลองแต่มาไม่ดีนัก เขาเลยไม่คล้อง พอดีเจอเพื่อนที่เป็นทหาร เลยให้ไป ทหารผู้นี้เป็นคนบ้านเดียนกันกับผู้เขียน ชื่อจ่าจันทร์ ทับบุร ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


 (ใครยังไม่มีผมขอแนะนำให้หาไว้รุ่นใดก็ได้ รับลองไม่ผิดหวัง)
บันทึกการเข้า

"ศิษย์เปรียบได้เท่ากับลูก อาจารย์เปรียบได้เท่ากับพ่อแม่ กูอนุญาตให้พวกมึงไปฆ่าศิษย์กูไม่ได้ แต่ถ้าวันใดมันไม่นับถือกูแล้ว หลงลืมกูแล้ว มันต้องตาย"
 คำพูดของหลวงพ่อกวยที่บอกถึงศิษยานุศิษย์
                     (โก้ จีนสาตร์)
wutthik
Register Member
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152



« ตอบ #3 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010, 10:01:39 PM »

หลวงปู่ศุขช่วยรักษาอาการเจ็บและแสบตา  เรื่องนี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2531 สมัยผมไปปฏิบัติงานอยู่ที่ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆผมตื่นมามีอาการแสบตาและเจ็บมากที่ตาทั้งสองข้าง คล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตาทั้งสองข้างทรมานมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรลืมตาก็แทบยากและลำบากตกใจ คิดตาว่าเราเป็นอะไรคงบอดแน่แล้วคราวนี้ ดึกสงัดและก็ไกลจากโรงพยาบาลจังหวัดมาก ขณะที่กังวลและทรมานอยู่นั้นฉับพลันก็นึกถึงพระหลวงปู่ศุข (พิมพ์ซุ้มประภามณฑลตัดชิดเนื้อทองผสม) ที่คุณพ่อให้มาตั้งแต่เข้ารับราชการใหม่ที่คล้องคอบูชาตลอดเวลาเพียงองค์เดียวไม่มีที่พึ่งดีไปกว่านี้แล้วจึงยกพระของหลวงปู่อธิฐานขอบารมีให้ช่วยรักษาอาการที่เป็นอยู่ด้วยเถิดเสร็จแล้วก็นำพระของหลวงปู่ไปแนบที่เปลือกตาขณะที่หลับตาด้านขวา เกิดปรากฎการประหลาดเหมือนมีกระแสแห่งความเย็นจากองค์พระเข้าไปที่ดวงตาแบบเย็นวาบๆและมีความรู้สึกเหมือนพระของหลวงปู่ดูดความเจ็บและแสบออกมาสู่องค์พระจนอาการต่างๆหายไปดวงตากลับเป็นปกติเหมือนเดิม ส่วนตาซ้ายอีกข้างก็ยังคงมีอากาแสบและปวดคงสภาพเดิมอยู่ ก็นำพระของหลวงปู่มาทำเหมือนกับที่ทำกับตาขวาก็มีปรากฏการเหมือนกัน ทำให้ตาทั้งสองข้างของผมกับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อย่างมหัศจรรย์มาก....ขอบคุณในบารมีของหลวงปู่ที่ช่วยเหลือลูกหลานในครั้งนั้นไม่มีวันลืมได้เลย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตาผมมีอาการดังกล่าวก็คือว่าช่วงตอนกลางวันได้ไปดูและสั่งให้ลูกน้องเชื่อมเหล็กด้วยไฟฟ้าจึงทำให้ควันธูปของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าเข้าตาทั้งสองข้างโดยไม่ป้องกันและรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำให้ดวงตาทั้งสองเกิดอาการดังที่กล่าวมาแล้วและหายเป็นปกติด้วยหลวงปู่ช่วยแท้ๆครับ....รักและเคารพเทิดทูลบูชาสูงสุดเหนืออื่นใด


* 197i-112395.jpg (7.75 KB, 150x113 - ดู 9417 ครั้ง.)

* p_suk_pic1.jpg (39.69 KB, 168x248 - ดู 10541 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
โก้ จีนสาตร์
Register Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 752


อยากคุยกันติดต่อได้ที่เบอร์ 081-5552409 (โก้ครับ)


« ตอบ #4 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 04:38:44 PM »

หลวงปู่ศุขช่วยรักษาอาการเจ็บและแสบตา  เรื่องนี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2531 สมัยผมไปปฏิบัติงานอยู่ที่ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆผมตื่นมามีอาการแสบตาและเจ็บมากที่ตาทั้งสองข้าง คล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตาทั้งสองข้างทรมานมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรลืมตาก็แทบยากและลำบากตกใจ คิดตาว่าเราเป็นอะไรคงบอดแน่แล้วคราวนี้ ดึกสงัดและก็ไกลจากโรงพยาบาลจังหวัดมาก ขณะที่กังวลและทรมานอยู่นั้นฉับพลันก็นึกถึงพระหลวงปู่ศุข (พิมพ์ซุ้มประภามณฑลตัดชิดเนื้อทองผสม) ที่คุณพ่อให้มาตั้งแต่เข้ารับราชการใหม่ที่คล้องคอบูชาตลอดเวลาเพียงองค์เดียวไม่มีที่พึ่งดีไปกว่านี้แล้วจึงยกพระของหลวงปู่อธิฐานขอบารมีให้ช่วยรักษาอาการที่เป็นอยู่ด้วยเถิดเสร็จแล้วก็นำพระของหลวงปู่ไปแนบที่เปลือกตาขณะที่หลับตาด้านขวา เกิดปรากฎการประหลาดเหมือนมีกระแสแห่งความเย็นจากองค์พระเข้าไปที่ดวงตาแบบเย็นวาบๆและมีความรู้สึกเหมือนพระของหลวงปู่ดูดความเจ็บและแสบออกมาสู่องค์พระจนอาการต่างๆหายไปดวงตากลับเป็นปกติเหมือนเดิม ส่วนตาซ้ายอีกข้างก็ยังคงมีอากาแสบและปวดคงสภาพเดิมอยู่ ก็นำพระของหลวงปู่มาทำเหมือนกับที่ทำกับตาขวาก็มีปรากฏการเหมือนกัน ทำให้ตาทั้งสองข้างของผมกับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อย่างมหัศจรรย์มาก....ขอบคุณในบารมีของหลวงปู่ที่ช่วยเหลือลูกหลานในครั้งนั้นไม่มีวันลืมได้เลย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตาผมมีอาการดังกล่าวก็คือว่าช่วงตอนกลางวันได้ไปดูและสั่งให้ลูกน้องเชื่อมเหล็กด้วยไฟฟ้าจึงทำให้ควันธูปของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าเข้าตาทั้งสองข้างโดยไม่ป้องกันและรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำให้ดวงตาทั้งสองเกิดอาการดังที่กล่าวมาแล้วและหายเป็นปกติด้วยหลวงปู่ช่วยแท้ๆครับ....รักและเคารพเทิดทูลบูชาสูงสุดเหนืออื่นใด
สาธุบารมีหลวงปู่ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

"ศิษย์เปรียบได้เท่ากับลูก อาจารย์เปรียบได้เท่ากับพ่อแม่ กูอนุญาตให้พวกมึงไปฆ่าศิษย์กูไม่ได้ แต่ถ้าวันใดมันไม่นับถือกูแล้ว หลงลืมกูแล้ว มันต้องตาย"
 คำพูดของหลวงพ่อกวยที่บอกถึงศิษยานุศิษย์
                     (โก้ จีนสาตร์)
tum52180309
Register Member
Newbie
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #5 เมื่อ: 04 มกราคม 2011, 11:12:46 AM »

บารมีหลวงปู่คุ้มครองครับ

ถ้าเชือมไฟฟ้าแล้วไปมองแสง รวมทั้งควันนี้ตกกลางคืนจะแสบตาแบบนี้ครับ (จากนักศึกษา ช่างเชื่อมเก่า)

เวลาเชื่อมไม่ควรไปมองนะครับ ถ้ามองแล้วตกกลางคืนตอนนอนควรเอาผ้าชุบน้ำโป๊ะที่ตาไว้ก่อนจะช่วยได้เยอะเลยครับ
บันทึกการเข้า
wutthik
Register Member
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152



« ตอบ #6 เมื่อ: 02 มีนาคม 2011, 03:04:13 PM »

หลวงปู่ศุขกับหลวงพ่อเก็บ วัดสวนลำใย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท
เรื่องนี้คุณพ่อผมนายฉลอง  เกตุเวชสุริยา ซึ่งเป็นหลานหลวงพ่อเก็บโดยตรงเล่าให้ฟังนานแล้วก่อนปี 2524 และผมเคยเขียนลงในอาณาจักรพระเครื่อง ปี 2524 ก่อนอื่นขอลำดับญาติให้ฟังพอสังเขปคือคุณทวดผมชื่อมี เป็นน้องชายคนที่ 6 ของหลวงปู่ศุขในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน ส่วนปู่ผมชื่อกองเป็นลูกคนโตของทวดมีและเป็นพี่ชายของหลวงปู่เก็บ วัดสวนลำใย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นน้องชายคนที่ 4 ในจำนวนลูก 6 คน เรื่องนี้หลวงปู่เก็บ(ส่วนผมต้องเรียกว่าหลวงปู่)เล่าให้คุณพ่อผมฟังว่า วันหนึ่งหลวงปู่ศุขได้ให้เด็กวัดมาตามหลวงปู่เก็บที่กุฏิบอกว่าหลวงปู่ศุขให้ไปพบหน่อย(ตอนนั้นหลวงปู่เก็บท่านพำนักพักอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า) ท่านเล่าว่าท่านก็ไปหาหลวงปู่ศุขที่กุฎิและถามว่า " หลวงลุง(หลวงพ่อเก็บเรียกหลวงปู่ศุขว่าลุงเพราะมีศักดิ์เป็นพี่ชายของพ่อท่าน)มีอะไรหรือขอรับที่ให้เด็กไปบอกผมมาพบ" หลวงปู่ศุขก็พูดว่า " ท่านเก็บอยากเรียนเสกดอกจำปาเป็นแมลงภู่ไหม " หลวงพ่อเก็บก็ตอบว่า "อยากได้ครับ" หลวงปู่ศุขก็พูดต่อว่า " ถ้าอยากได้ให้ไปหาดอกจำปามานะ " หลวงพ่อเก็บก็รับคำแล้วก็ออกจากกุฏิของหลวงปู่ศุขเพื่อไปหาดอกจำปาตามคำสั่งของหลวงปู่ศุข ท่านเล่าว่า(หมายถึงหลวงพ่อเก็บ)ได้ออกเดินหาดอกจำปาจนทั่วในระแวกบ้านปากคลองมะขามเฒ่าและเลยมาตลอดจนมาทาง อ.วัดสิงห์ ก็หาไม่ได้จนหมดปัญญาก็กลับมาหาหลวงปู่ศุขที่กุฏิ  เมื่อหลวงปู่ศุขเห็นหน้าพระหลานชายคือหลวงพ่อเก็บก็เอ่ยปากถามว่า " เป็นไงท่านเก็บหาได้ไหมดอกจำปาน่ะ " หลวงพ่อเก็บก็ตอบว่า "ไ ม่ได้ครับหลวงลุงหาจนทั่วแล้วไม่มีซักดอกเลย " หลวงปู่ศุขก็พูดแกมบ่นพระหลานชายว่า " อะไรกันแค่ดอกจำปาดอกเดียวแค่นี้ก็ยังหาไม่ได้อย่า่งนี้จะเรียนอะไรได้ ไปๆไปหาใหม่หามาให้ได้ " หลวงพ่อเก็บก็เล่าต่อว่าท่านก็ลุกออกมาจากที่นั่งในกุฏิมาที่นอกชานกำลังจะลงบันใดและท่านก็คิดในใจว่าถ้าไม่ได้ดอกจำปามาสงสัยคงจะไม่ได้เรียนละมั้ง  ขณะที่ท่านกำลังก้าวลงบันใดได้เพียงขั้นเดียวก็ได้ยินหลวงปู่ศุขเรียกออกมาจากในกุฏิว่า " ท่านเก็บๆอย่าพึ่งไปกลับมานี้ก่อน" หลวงพ่อเก็บก็กลับเข้าไปหาหลวงปู่ศุขที่ในกุฏิอีกครั้งคราวนี้ท่านบอกว่าหลวงปู่ศุขไม่ได้นั่งอย่างเดิมแล้วกลับอยู่ในท่ายืนแล้วมีไม้สำหรับค้ำหน้าต่างถือลักษณะประครองตัวอยู่ส่วนมือขวาจับบุหรี่ย์มวนใบตองสูบอยู่แดงวาบๆต่อหน้าหลวงพ่อเก็บ ฉับพลันนั้นบุหรี่ย์มวนนั้นก็ถูกขว้างลงยังพื้นกระดานกุฏิข้างหน้าหลวงพ่อเก็บกลายเป็นแมลงภู่บินพรึบฟู่สวนหลวงพ่อเก็บออกทางประตูบินหายลับไปในอากาศทันที พร้อมมีเสียงหลวงปู่ศุขดุด่าด้วยเสียงอันดังอย่างไม่พอใจว่า " หนอยแน่ดูถูกอย่างนี้ไม่เอาจะเอาอย่างไง" พูดแล้วก็ยกไม้ค้ำหน้าต่างตีพระหลานชายอยู่พัลวันหลวงพ่อเก็บก็รีบคว้าแผ่นกระดานฉนวนใกล้ๆมือรองรับการตีของหลวงปู่ศุขอยู่ไปมา สักพักจนเหนื่อยก็เลิกลากันไปเอง  แล้วหลวงพ่อเก็บยังบอกกับคุณพ่อต่ออีกว่า " ไอ้หลองเอ้ยกูแค่คิดในใจนะหลวงลุงแกรู้ได้อย่างไรแปลกพิลึกว่ะ " ครับนี่คือข้อมูลจริงที่คุณพ่อของผมเล่าให้ฟังนานมากเกือบ 36 ปีทุกครั้งที่ผมกลับไปเยี่ยมคุณพ่อก็จะถามและคุยเรื่องนี้อย่างไม่รู้เบื่ออย่างน่าประทับใจและภาคภุมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกหลานเชื้อสายเดียวกับหลวงปู่ศุขจนผมไม่อาจจะเก็บไว้เพื่อรู้คนเดียวและเป็นความลับต่อไปไม่ได้แล้วต้องให้ผู้ศรัทธาในหลวงปู่และหลวงพ่อเก็บได้รู้บ้างเพื่อเพิ่มพูนกำลังศรัทธาอันมั่นคงต่อไป...สาธุ


* BoardP1-1892551235508.jpg (53.24 KB, 505x681 - ดู 16290 ครั้ง.)

* bee2.jpg (21.21 KB, 400x323 - ดู 8920 ครั้ง.)

* pic_carpenter.jpg (10.87 KB, 372x206 - ดู 9058 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
บุญญาธิการ
Register Member
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 366


« ตอบ #7 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2011, 08:38:31 AM »

บารมีหลวงปู่ศุข มีมากครับ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า
kon chainat
Register Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62



« ตอบ #8 เมื่อ: 21 กันยายน 2011, 02:52:30 PM »

ชัยนาทเรามีเกจิอาจารย์เก่งๆ มากมายผมดีใจที่ได้เกิดเป็นคนชัยนาท ขอบารมีหลวงปู่ศุขหลวงปู่กวย คุ้มครองทุกท่าน
บันทึกการเข้า
wutthik
Register Member
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152



« ตอบ #9 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2015, 10:20:48 PM »

หลวงปู่ศุขช่วยรักษาอาการเจ็บและแสบตา  เรื่องนี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2531 สมัยผมไปปฏิบัติงานอยู่ที่ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆผมตื่นมามีอาการแสบตาและเจ็บมากที่ตาทั้งสองข้าง คล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตาทั้งสองข้างทรมานมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรลืมตาก็แทบยากและลำบากตกใจ คิดว่าตาเราเป็นอะไรคงบอดแน่แล้วคราวนี้ ดึกสงัดและก็ไกลจากโรงพยาบาลจังหวัดมาก ขณะที่กังวลและทรมานอยู่นั้นฉับพลันก็นึกถึงพระหลวงปู่ศุข (พิมพ์ซุ้มประภามณฑลตัดชิดเนื้อทองผสม) ที่คุณพ่อให้มาตั้งแต่เข้ารับราชการใหม่ที่คล้องคอบูชาตลอดเวลาเพียงองค์เดียวไม่มีที่พึ่งดีไปกว่านี้แล้วจึงยกพระของหลวงปู่อธิฐานขอบารมีให้ช่วยรักษาอาการที่เป็นอยู่ด้วยเถิดเสร็จแล้วก็นำพระของหลวงปู่ไปแนบที่เปลือกตาขณะที่หลับตาด้านขวา เกิดปรากฎการประหลาดเหมือนมีกระแสแห่งความเย็นจากองค์พระเข้าไปที่ดวงตาแบบเย็นวาบๆและมีความรู้สึกเหมือนพระของหลวงปู่ดูดความเจ็บและแสบออกมาสู่องค์พระจนอาการต่างๆหายไปดวงตากลับเป็นปกติเหมือนเดิม ส่วนตาซ้ายอีกข้างก็ยังคงมีอากาแสบและปวดคงสภาพเดิมอยู่ ก็นำพระของหลวงปู่มาทำเหมือนกับที่ทำกับตาขวาก็มีปรากฏการเหมือนกัน ทำให้ตาทั้งสองข้างของผมกับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อย่างมหัศจรรย์มาก....ขอบคุณในบารมีของหลวงปู่ที่ช่วยเหลือลูกหลานในครั้งนั้นไม่มีวันลืมได้เลย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตาผมมีอาการดังกล่าวก็คือว่าช่วงตอนกลางวันได้ไปดูและสั่งให้ลูกน้องเชื่อมเหล็กด้วยไฟฟ้าจึงทำให้ควันธูปของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าเข้าตาทั้งสองข้างโดยไม่ป้องกันและรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำให้ดวงตาทั้งสองเกิดอาการดังที่กล่าวมาแล้วและหายเป็นปกติด้วยหลวงปู่ช่วยแท้ๆครับ....รักและเคารพเทิดทูลบูชาสูงสุดเหนืออื่นใด
บันทึกการเข้า
wutthik
Register Member
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152



« ตอบ #10 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2015, 10:22:10 PM »

หลวงปู่ศุขช่วยรักษาอาการเจ็บและแสบตา  เรื่องนี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2531 สมัยผมไปปฏิบัติงานอยู่ที่ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆผมตื่นมามีอาการแสบตาและเจ็บมากที่ตาทั้งสองข้าง คล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตาทั้งสองข้างทรมานมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรลืมตาก็แทบยากและลำบากตกใจ คิดว่าตาเราเป็นอะไรคงบอดแน่แล้วคราวนี้ ดึกสงัดและก็ไกลจากโรงพยาบาลจังหวัดมาก ขณะที่กังวลและทรมานอยู่นั้นฉับพลันก็นึกถึงพระหลวงปู่ศุข (พิมพ์ซุ้มประภามณฑลตัดชิดเนื้อทองผสม) ที่คุณพ่อให้มาตั้งแต่เข้ารับราชการใหม่ที่คล้องคอบูชาตลอดเวลาเพียงองค์เดียวไม่มีที่พึ่งดีไปกว่านี้แล้วจึงยกพระของหลวงปู่อธิฐานขอบารมีให้ช่วยรักษาอาการที่เป็นอยู่ด้วยเถิดเสร็จแล้วก็นำพระของหลวงปู่ไปแนบที่เปลือกตาขณะที่หลับตาด้านขวา เกิดปรากฎการประหลาดเหมือนมีกระแสแห่งความเย็นจากองค์พระเข้าไปที่ดวงตาแบบเย็นวาบๆและมีความรู้สึกเหมือนพระของหลวงปู่ดูดความเจ็บและแสบออกมาสู่องค์พระจนอาการต่างๆหายไปดวงตากลับเป็นปกติเหมือนเดิม ส่วนตาซ้ายอีกข้างก็ยังคงมีอากาแสบและปวดคงสภาพเดิมอยู่ ก็นำพระของหลวงปู่มาทำเหมือนกับที่ทำกับตาขวาก็มีปรากฏการเหมือนกัน ทำให้ตาทั้งสองข้างของผมกับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อย่างมหัศจรรย์มาก....ขอบคุณในบารมีของหลวงปู่ที่ช่วยเหลือลูกหลานในครั้งนั้นไม่มีวันลืมได้เลย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตาผมมีอาการดังกล่าวก็คือว่าช่วงตอนกลางวันได้ไปดูและสั่งให้ลูกน้องเชื่อมเหล็กด้วยไฟฟ้าจึงทำให้ควันธูปของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าเข้าตาทั้งสองข้างโดยไม่ป้องกันและรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำให้ดวงตาทั้งสองเกิดอาการดังที่กล่าวมาแล้วและหายเป็นปกติด้วยหลวงปู่ช่วยแท้ๆครับ....รักและเคารพเทิดทูลบูชาสูงสุดเหนืออื่นใด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!